"เพื่อนร่วมงาน" ในที่นี่ หมายถึง เพื่อนร่วมงานห้อง งานโรงเรียน งานกลุ่ม หรืองานอะไรก้ตามแต่

หลังจากที่ก้าวเข้าเป็นมัธยมปลายมาได้ 2 ปี พบเจอกับคนมากมายหลายอย่าง มันก็ทำให้เราพอจะแยกแยะประเภทเพื่อนร่วมงานออกได้ค่อนข้างหลากหลาย

 

ประเภทที่หนึ่ง "ทำด้วย เอาหน้าด้วย"

               ประเภทนี้มักเป็นพวกเด็กเรียนหัวกะทิ ที่เป็นนักกิจกรรมไปในตัว มันมักจะทำ ทำ ทำ และทุ่ม แถมพอจบงานก็จะมีการเอาหน้านิดๆหน่อยๆกับอาจารย์ น่ารักน่าชังพอเป็นพิธี เพื่อนร่วมงานประเภทนี้อาจสร้างความหมั่นไส้ให้เล็กน้อย แต่ก็ไม่มีอะไรมาก มักเป็นเรื่องแซวขำๆมากกว่า อ้าว...ก็มันทำงานจริงๆนี่หว่า

 

ประเภทที่สอง "ปิดทองหลังพระ"

               บางคนปิดทองเป็นกิโลเมตร ...บางคนปิดเท่าเอสี่ แต่เอาเป็นว่า มันปิดก็แล้วกัน ...ประเภทนี้ดูภายนอกมักจะเป็นคนที่ดูซ่าส์ๆ บ้าบอ แต่ที่จริงแล้วเอาการเอางานหน้าดู แต่ด้วยความที่หน้าตาไม่ถูกโฉลกอาจารย์เลยมักจะโดนลูกหลงความซวยบ่อยๆ แต่พวกนี้นับเป็นคนดี..โคตรๆ คือทำงานอย่างเดียว ไม่สนใจใคร บางรายบ้านรวย ทุ่มแม่งทั้งเงินทั้งงาน ทำจนอดนอนก็ยังทำต่อไป ...มีเพื่อนแบบนี้ ...รักษาให้ดีๆนะครับ จะได้เกาะมันกินได้   คนกลุ่มนี้มักมีจิตใจดี ต่อให้โดนหลอกแดกก็ยังอ้างคำเดิม "เพื่อนน่ะเพื่อน"

 

ประเภทที่สาม "แตะกฐิน"

              ประเภทนี้นับเป็นประเภทที่น่าถีบกว่าประเภทแรกเล็กน้อย มันมักมาช่วยแบบพอเป็นพิธี ให้เห็นว่ากูทำนะ กูทำแล้ว ต่อให้เป็นงานบิ๊กเบิ้มซักแค่ไหน สิ่งมีชีวิตประเภทนี้ก็จะทำในระดับนิดๆหน่อยๆ พอน่ารัก น่าชัง ซึ่งทำให้เราไม่สามารถด่ามันได้เต็มปากมากนัก ...ได้แต่แอบมองด้วยความแค้นอยู่ในใจ พวกนี้สกิลการแถสูงมาก มักยกจุดที่มันแตะกฐินขึ้นมาแถหน้าด้านๆแทบทุกงาน พวกนี้มักมีไหวพริบในเรื่องชั่วๆดีมาก

 

ประเภทที่สี่ "กูทำ มึงต้องทำ ถ้ามึงไม่ทำ มึงตายห่าแน่"

              ประเภทนี้เป็นพวกลุยงาน มีความโหดค่อนข้างสูง ควบคู่มากับความบ้า พวกนี้มักจะทำงานแท็คทีมกับพวกปิดทองหลังพระได้ดี จะต่างกันตรงที่ มนุษย์ปิดทองมักจะเป็นคนดี ต่อให้โดนเกาะแดกซักเท่าไหร่ก็ยังยิ้มรับ สำหรับมนุษย์ประเภทนี้ ลองมาเกาะพวกเขากินง่ายๆสิ โดนนิวเคลียร์ถล่มคาบอมเบย์แน่ๆ

 

ประเภทที่ห้า "ด่าแล้วค่อยเกิดจิตสำนึก"

             ประเภทนี้ต้องเจอกับมนุษย์ประเภทกูทำ มึงทำ ถ้ามึงไม่ทำ มึงตายห่าแน่ พวกเขามักไปกันได้ดีเหมือนถนนกับแจว คือ ไอ้ปลิงประเภทนี้ ถ้าไม่ด่า ไม่สะกิด ไม่ประจานให้มันอายบ้าง มันจะไม่มาช่วย แตกต่างจากพวกแตะกฐิน ตรงที่พวกแตะกฐินมันจะเสนอหน้ามาก่อน

              เพื่อนร่วมงานประเภทนี้ บางคนด่าแล้ว...จะบรรลุอรหันต์ ข้ามขั้นเป็นพวกปิดทองหลังพระหรือประเภทข้างต้นไปได้อย่างรวดเร็ว ...ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นประเภทต้องกระตุ้น ด่าพอหอมปากหอมคอเป็นระยะๆ มันถึงจะนวยนาดมาทำงาน

 

ประเภทที่หก "ขาดจิตใต้สำนึก"

               ประเภทนี้แบ่งเป็น 2 ระดับครับ ระดับแรกคือ "ขาดจิตใต้สำนึกขั้นต้น" ระดับนี้ถ้าด่าไปเรื่อยๆ หรือสั่งสอนบ่อยๆก็จะกลับตัวกลับใจได้ แต่อาจจะกลับใจได้ไม่มาก ยังต้องการแรงกระตุ้นอยู่บ้าง

               ส่วนประเภท "ขาดจิตใต้สำนึกอย่างหนัก" พวกประเภทนี้...มักจะไม่ค่อยมีสมอง... ผมเปรียบเปรยว่าคนกลุ่มนี้โง่ยิ่งกว่าควาย เพราะควายยังฟังภาษาคนออก แต่พวกนี้ฟังไม่ออก พวกเขามักจะมีหนังหน้าที่หนาและทนทานกว่ามนุษย์อื่นทั่วไปถึงสองเท่า ต่อให้เอาค้อน เอาตะปู หรือสว่านมาทิ่มแทงก็แทบไม่ทะลุทะลวง คนพวกนี้มักจะชอบซุบซิบนินทาลับหลังเวลาโดนด่า ไม่มีใครกล้าด่าต่อหน้า เพราะรู้ๆอยู่ว่าใครทำงานใครไม่ทำงาน

               มนุษย์แบบนี้...ถ้าไม่ปรับปรุงตัวจะพอเดาอนาคตได้คร่าวๆ เริ่มจากเกาะเพื่อนที่โรงเรียนกิน...ไปเกาะเพื่อนที่มหาลัยกิน...พอเรียนจบออกมามีงานทำก็เกาะเพื่อนร่วมงานกิน...ถ้าไม่มีงานทำก็เกาะพ่อแม่กิน...พ่อแม่ตายไปมันก็เกาะสถานสงเคราะห์ก็แล้วกัน!

               กลุ่มนี้เป็นพวกมีโลกส่วนตัวสูง ค่อนข้างจะเรียกได้ว่า "หมกมุ่น" และเรื่องที่หมกมุ่นมักจะมีแต่เรื่องเลวๆ ชั่วๆ ...นั่นแหละ มันคงไม่หมกมุ่นเรื่องดีๆหรอก พวกนี้ค่อนข้างที่จะรับมือง่าย และตอบโต้ง่าย แต่ทางที่ดีก็อย่าไปยุ่งกับมันเลย เปลืองน้ำลายเปล่าๆครับ

               เพื่อนประเภทนี้ ผมขออโหสิกรรมให้ คิดซะว่า ชาติที่แล้วกูคงไปเกาะมึงแดกมานะ ชาตินี้กูถึงต้องให้มึงเกาะกูแดก... หรือไม่ถ้าเอาแบบสันนิษฐานโง่ๆก็ "มึงมีญาติเป็นปลิงหรอวะไอ้สั-!"

 

ขอจบการระบาย การนำเสนอเพ่อนร่วมงานหลากประเภทเพียงเท่านี้