1.

ผมเปิดเทอมมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลา มันนับเป็นการเปิดเทอมที่เร็วที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา แถมยังเจอทั้งงานกีฬาสี งานห้อง งานนิทรรศการสุมหัวกันเข้าไป ชนิดที่ว่า...หยุดไม่ได้เลยแม้แต่วันเดียว

แต่ผมก็ยังกระแดะไม่สบายหนักจนต้องหยุดเรียนไปห้าวัน ทำเอาต้องกลับมานั่งปั่นงานกันจนหอบแฮ่กๆ

 

2.

แล้วผมก็มีเรื่องกับบรรดาอาจารย์ติดต่อกันมานับตั้งแต่วันแรกของภาคเรียน แถมวันรับผลสอบก็เลวร้ายสุดๆ ไม่รวมที่ทะเลาะกับชาวบ้านชาวช่อง แถมยังใช้เงินกินขนมออกค่างานจนหมดตูด แน่นอนครับ...ค่าไปเที่ยว ค่าไปแรด ทุกๆอย่างรวมอยู่ในเงินกินขนมทั้งวีคของผม เรียกได้ว่า...เอาตัวรอดเองแล้วกันนะมึง

 

3.

แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย...ผมโคตรจะซวยที่สุดของคำว่าซวย มีแต่เรื่อง เรื่อง เรื่อง ทำงานจนอดหลับอดนอน แถมคะแนนสอบก็ลดลงฮวบฮาบจนน่าตกใจ เรียนคณิตไม่รู้เรื่อง บลาๆ เอาตรงๆผมรู้สึกแย่สุดๆ

แต่ก็ไม่มีอะไรสำคัญเท่าปัญหาหัวใจของผมอีกแล้ว TT

 

4.

แล้วอาทิตย์นี้...โรงเรียนสุดรัก เสือกเปิดสอน 3 วันครับ... ผมเตรียมจะไถตังค์ป๊าเพื่อออกไปแรดกับเพื่อนหลังกีฬาสี...แต่ทว่า

200 บาท? - -a

เอ่อ...นั่นกูไม่ได้ดูอะไรผิดไปใช่มั้ย? เขายื่นแบงค์แดงๆสองใบมาให้กูว่ะ ถ้าโรงเรียนมันอยู่ใกล้บ้านกูจะไม่ว่าเลยนะโว้ย แต่ขอโทษ ตอนเช้าไปโรงเรียนเสือกบอกให้กูนั่งแท็กซี่ไปกับน้อง เพราะแถวโรงเรียนตอนเช้าๆมันเปลี่ยวมาก และถ้าออกจากบ้านสายรถก็จะติดสุดๆ เข้าขั้นติดบรรลัย

แรกๆก็ให้เงินค่าแท็กซี่ในส่วนของน้องอยู่หรอก...แต่พอมาระยะหลังเพื่อนผมที่เคยนั่งไปด้วยกันมันดันไม่ไปด้วยซะเนี่ยสิ...กลายเป็นว่าค่ารถในส่วนที่ควรจะมีคนหาร ผมก็ต้องออกเอง ส่วนของน้องผมก็ต้องออกเอง ส่วนของผมผมก็ต้องออกเอง

แล้วผมก็ไม่ได้ทานข้าวเช้าที่บ้าน เพราะไม่มีอะไรกินเวลาเช้าๆ แมร่ง โคตรอนาถเลยว่ะ ชีวิตกูเอาไงดีวะเนี่ย

ผมเลยต้องไปหาข้าวเช้ากินที่โรงเรียน และแน่นอน...ว่าบางครั้งมันรวมถึงมื้อกลางวันและเย็นด้วย

แถมตอนเย็นผมก็ยังไม่มีคนไปรับ ต้องลากสังขารกลับรถเมล์ด้วยตัวเอง...

บอกกูที 200 บาทนี้กูจะอยู่ได้ยังไง?

 

5.

ผมไม่ใช่คนใช้เงินเก่งเลย ผมบ้าการ์ตูนแต่ไม่เคยซื้อเก็บ เงินทุกบาททุกสตางค์ของผมหมดไปกับสิ่งที่เป็นการเรียน เรียน เรียน แล้วก็เรียน เสื้อผ้าผมแทบจะไม่ซื้อ และแน่นอน...ไม่มีใครสนใจจะซื้อให้ผม ทุกวันนี้เลยปล่อยเลยตามเลย ชุดอยู่บ้าน ชุดนอน ชุดไปเที่ยวเหมือนกันหมด ใครจะว่ากูไร้สกุลรุนชาติก็ช่าง...

แต่ทว่า ที่บ้านกลับหาว่าผมใช้เงินเก่ง...เฮ้ยยยยยย ผมไม่เคยออกไปเที่ยวเลยนะครับ นอกจากไปกินข้าวกับเพื่อนซึ่งร้อยวันพันปีถึงจะมีซักครั้ง และแน่นอน ว่าผมก็ไปแค่แป๊บเดียวแล้วเผ่นกลับ

แต่พอนับจริงๆ...ผมไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้ว...นานมากๆ...ไม่เคยเลยที่จะได้ไปเที่ยวแบบจริงๆจังๆกับเพื่อนๆของผมให้สนุกสนาน ผมไปสยามเมื่อ 4 เดือนที่แล้วเพื่อรับของแล้วรีบกลับบ้าน

งานคอสล่าสุดที่ผมไปคือเดือนสิงหาคม...ผมไปในสภาพที่แย่สุดๆ และโดนด่าเพราะกลับถึงบ้านตอนสี่โมงเย็น นอกนั้นผมไม่ได้ไปเที่ยวอีกแล้ว เพื่อนหลายคนโทรมาชวน ผมก็ต้องปฏิเสธไป เมื่อผมไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระจริงๆ

 

6.

คุณอาจคิดว่าผมเรื่องมากที่เงิน 200 ไม่มีปัญญาอยู่ได้ แต่โทษครับ...ผมรับเงินค่าขนมอาทิตย์ละ 600 บาท

ก่อนหน้านี้ผมออกค่าเรียนเอง 200 บาท แต่ตอนนี้ผมขอเรียนเพิ่ม และผมก็ต้องออกค่าเรียนเป็น 300 บาทต่อสัปดาห์

ส่วนค่ารถของผม+น้องก็ปาไปอีกราวๆ 300 บาท/สัปดาห์ บอกผมทีสิว่าผมจะใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไง ให้กูเดินกลับจากโรงเรียนเลยดีมั้ย? น่าสนนะ =_= วันไหนว่างๆผมจะลองทำดูบ้าง คงช่วยลดน้ำหนักได้อีกเยอะ

 

7.

หลายคนคิดว่า ผมโชคดีที่มีอิสระ...แต่เปล่าเลยครับ จริงๆมันไม่ใช่ ผมเป็นคนที่ได้อิสระเพียงน้อยนิด...คล้ายจะมีทางเลือก แต่มันก็ไม่มี โชคไม่ได้เข้าข้างผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เข้าข้างผมให้ผมได้ทำตามสิ่งตัวเองรัก

ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตไปตามสิ่งที่เขาคิดว่าผมใช่ และสิ่งที่ผมคิดว่าผมต้องใช่ ผมต้องเป็นแบบนั้น                        

ผมยอมรับว่าผมรักคณะนิติศาสตร์ แต่ในเวลาเดียวกัน ใจของผมมันก็ยังใฝ่ฝันถึงคณะที่ให้อิสระ ผมรักความเป็นอิสระ รักการผจญภัย ชอบความโลดโผน...รักที่จะศึกษาความรู้ใหม่ๆ ได้ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ขอเพียงมีกล้องซักตัว

แต่ผมกลับไม่มีสิทธิ์เลือกทางพวกนั้น ... เหตุผลที่ผมไม่เคยหาคำตอบให้แก่ตัวเองได้ เป็นเพราะครอบครัวผมมีผู้นำที่ไม่เอาไหน มีสภาพที่มันแตกต่างแตกแยกจากคนอื่นหรือเปล่า? ตัวผมเองถึงต้องพยายามแบกรับสิ่งที่มันฝังอยู่ในใจผมตั้งแต่เด็กจนโต

 

8.

ผมรู้ดี...ผมไม่มีทางทำตามความฝันของตัวเองได้ แต่สิ่งเดียวที่ผมคาดหวังเอาไว้คือน้องชายคนเล็กของผม ผมอยากให้น้องได้เป็นในสิ่งที่น้องต้องเป็น ทำในสิ่งที่น้องต้องการ ผมตั้งใจจะเขียนนิยายให้ได้เยอะๆแล้วส่งสนพ. ไม่อยากให้ความฝันการเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนของน้องต้องพังลง...เพราะความฝันของผมมันจบลงไปนานแล้ว

ถ้าน้องอยากเรียนวาดรูปผมก็จะให้มันเรียน เรียนไปเหอะ มึงอยากทำอะไร เงินที่กูมีอยู่กูพร้อมจะยกให้มึงเสมอ

ชดเชยในส่วนที่ผมอยากเป็น ... แต่มันเป็นไปไม่ได้

 

9.

ผมไม่เคยหวาดกลัวอะไรซักเท่าไหร่ แต่เชื่อมั้ยว่า ผมกลับรังเกียจไอ้ก้อนยางลบสีเขียวสะท้อนแสง

ผมจำไม่ได้ว่าเรื่องราวของมันเป็นยังไง แต่เหมือนว่าไอ้เจ้าก้อนเขียวๆบ้านั่นจะเคยทำให้ผมถูกตีอย่างหนักตอนเด็กๆ

ความที่เป็นลูกคนโต...พอสองขวบครึ่ง แม่ก็จับเขียนหนังสือครับ...ถ้าผมเขียนไม่ทันเวลา ผมจะโดนแม่ตี ไม่ได้ตีมือแบบง้องแง้งนะครับ แต่ฟาดด้วยไม้แขวนเสื้อหรือไม้มะขาม เป็นสิบๆทีเลยครับ โดนทุกวัน ... แล้วพ่อจะเป็นคนไปส่งที่โรงเรียน ... ตอนเด็กๆผมโดนเพื่อนต่อย  .... ผมแค่บอกพ่อ ... แค่นั้นแหละ ... แล้วผมก็โดนตีแถมยังโดนด่าด้วย ... จำได้ครั้งหนึ่ง ... แม่นมากๆ ... ผมทำไข่ดาวหกใส่เสื้อนักเรียน แล้วพ่อทุบหลัง... จากนั้นก็ไข้ขึ้นไปสามวัน ...

บ้านผมไม่ได้ไปเที่ยวแบบเป็นครอบครัวนานแล้ว แต่ผมก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร ดีซะอีก...ชีวิตแบบนี้สบายดี อย่างน้อย...ความโหดร้ายที่รับมาจากคนรอบข้าง...ก็หลอมให้ผมเป็นคนแข็งแกร่งเช่นทุกวันนี้...เพราะบ้านหลังนี้มันสอนให้ผมรู้ว่า...ความหวังดี การเป็นคนดี...มันไม่ได้ช่วยอะไร...

 

10.

เพื่อนชอบด่าผมเสมอว่าผมไม่มีหัวใจ ทั้งๆทีผมออกจะร่าเริงและคุยง่าย แทบจะไม่แสดงท่าทางเคร่งเครียดอะไรเลย ติดจะเพี้ยนๆด้วยซ้ำ

นั่นสินะ...หัวใจของผมเองมันไม่รู้สึกอะไรมานานแล้ว รัก ชอบ มันดูห่างไกลจากตัวผมเหลือเกิน

 

เฮ้อ เหนื่อย... ไม่รู้ว่าเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมันเริ่มที่ตรงไหน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นรอยร้าวที่ฝังลึกในใจไปซะแล้ว และก็ยังมีคนคอยเอาเข็มมาสะกิดแผลเหล่านั้นอยู่เป็นประจำ